คอมพิวเตอร์ที่ควรรู้

ในการทำระบบ RAID จะใช้ฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไป และ Windows Server จะสนับสนุนทั้ง Software RAID (ใช้ซอฟต์แวร์จัดการ) และ Hardware RAID (ใช้ฮาร์ดแวร์จัดการ)

สำหรับควบคุมการจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์แต่ละตัวที่เชื่อมต่อกันเป็นลอจิคอลไดรฟ์เดียว

Software RAID ระบบของ Windows Server สนับสนุน Software RAID ในระดับ 0, 1 และ 5 แต่ไม่สามารถทำ Hot Swap ได้

Hardware RAID จะมีคอนโทรลเลอร์สำหรับเชื่อมต่อ Disk Arrays ซึ่งสามารถทำ Hot Swap ได้เมื่อฮาร์ดดิสก์มีปัญหา (การดึงฮาร์ดดิสก์ออกจากเครื่องในขณะที่เครื่องทำงานอยู่)

การสร้าง Hardware RAID จะใช้ฮาร์ดดิสก์ ในที่นี้คือดิสก์คอนโทรลเลอร์ช่วยทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ในการสร้าง RAID 1 ที่ใช้ดิสก์สองลูก การแบ่งข้อมูลเป็นส่วนย่อยและเขียนลงดิสก์แต่ละลูกจะถูกดำเนินการโดยดิสก์คอนโทรลเลอร์ โดย Windows Server เองจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังใช้ RAID อยู่และจะเห็นดิสก์ทั้งสองเหมือนเป็นดิสก์เดียว

Software RAID จะมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการลงไปบนฮาร์ดดิสก์ทั้ง 2 ตัวที่ทำ RAID 1 (Mirror) ได้ นอกจากนี้การอ่าน – เขียนข้อมูลยังช้ากว่า Hardware RAID ที่ใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะควบคุมการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ามาก

สำหรับการสร้าง Software RAID จะเป็นการสร้างวอลุมในแบบต่างๆ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป โดย Windows จะทำหน้าที่แทนดิสก์คอนโทรลเลอร์ใน Hardware RAID

RAID ไม่เป็นเพียงการนำดิสก์หลายๆ ลูกมารวมกันเท่านั้น แต่มีหลายรูปแบบที่ให้ประสิทธิภาพการทำงาน และ Data Redundancy ที่แตกต่างกัน ซึ่งรูปแบบของ RAID ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีอยู่หลายระดับด้วยกัน คือ

ระดับ 0 Disk Striping

ระดับ 1 Mirror Disk Array

ระดับ 5 Block – level Striping with Distributed Parity

ระดับ 6 Block – level Striping with Double Distributed Parity

ระดับ 10 Striping of Mirror Array

นอกจาก RAID แต่ละระดับที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมี RAID ระดับอื่นๆ อาทิ RAID 2, 3, 4 หรือ RAID 30, 50 และ 53 ซึ่งมีใช้ไม่มาก หรือไม่ค่อยได้รับความนิยม

RAID 0 (Disk Striping)

RAID 0 (Disk Striping) เป็นการนำฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัวมารวมกันเป็นไดรฟ์เดียว หลักการทำงานของ RAID 0 จะแบ่งไฟล์แบบกระจายข้อมูลไปยังฮาร์ดดิสก์ทุกตัว ทำให้การอ่าน – เขียนข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว (เพราะมีหัวอ่านหลายหัว) ข้อมูลจะถูกกระจายเป็นชิ้นเล็กๆ มีขนาดเท่ากัน ข้อมูลแต่ละชิ้นนี้จะถูกอ่าน – เขียนจากฮาร์ดดิสก์ทุกตัว เป็นการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ข้อเสียของ RAID 0 คือ ไม่มีระบบ Fault Tolerance ถ้าหากฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งเสียหรือมีปัญหา จะทำให้ข้อมูลเสียหายทั้งหมด

สนับสนุนโดย แทงมวยสด