ลักษณะที่น่าสนใจที่คุณต้องหันมาใช้ภาษา R

เมื่อเราต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ เราก็ต้องการจะรู้ลักษณะการทำงาน ว่ามันเป็นอย่างไร ภาษา R เป็นภาษาที่ค่อนข้างใหม่ แต่ว่านิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกแล้ว เพราะว่าภาษา R นี้เป็นภาษาที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์การคำนวณเชิงสถิติ และง่ายต่อการใช้งานด้วย

ลักษณะของภาษา R 

ภาษา R นี้ใช้ในงานของวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือที่เรียกว่า data science  มันสามารถใช้งานได้หลายฟีเจอร์เรามาเรียนรู้ลักษณะเด่นของภาษานี้คือ

1.เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

หมายความว่าเป็นภาษาด้านสถิติ มันเป็นภาษาพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนำไปสร้างเว็บแอพลิเคชันได้ โดยใช้แพ็คเกจ Rshiny ภาษานี้ยังเป็น ภาษาเชิงวัตถุหรือ object-oriented programming language มากกว่าที่จะเป็นภาษาแบบเรียงลำดับขั้นตอน

2.มีหลายแพ็คเกจให้เลือกใช้งาน

ภาษานี้มีไลบรารี่หลายอย่าง โดยเฉพาะ CRAN ที่บรรจุมากกว่า 10,000 แพ็คเกจ ซึ่งแต่ละแพ็คเกจจะประกอบด้วยฟังก์ชันการทำงานหลายอย่างที่เก็บรวบรวมเข้าเป็นหมวดเดียวกัน และการจะนำแพ็คเกจไหนมาใช้งานก็ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของลักษณะงานที่ผู้ใช้ต้องการ

3.มีไลบรารี่ที่ใช้เพื่อการพลอตกราฟด้วย

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งของภาษาโปรแกรมด้าน data science คือการต้องนำเสนอในรูปแบบของกราฟได้ ซึ่งแพ็คเกจที่ว่านี้คือ ggplot2, ploty ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงมาก

4.ภาษาชนิดนี้เป็นตัว open source 

หมายความว่ามันไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่มี license ด้วย นอกจากนี้ คุณสามารถเขียนคำสั่งเพื่อเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันการทำงานหรือแพ็คเกจได้เองอีกต่างหาก

5.ใช้งานได้กับหลาย แพลตฟอร์ม 

ภาษา R สามารถรันได้หลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการแบบใด มันสามารถรันได้หลายฮาร์ดแวร์ โดยที่ไม่มีปัญหาจุกจิกมากวนใจ

6.อำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ

อุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดต้องการใช้งานข้อมูลอยู่แล้ว และการประมวลผลจากภาษา R จะทำให้สามารถรับรู้ประวัติความเป็นมาหรือที่มาที่ไปของ data ได้ 

ในอุตสาหกรรมด้านสุขภาพมีการใช้ ภาษา R เพื่อออกแบบยาและวิเคราะห์เรื่อง จีโนมิกส์ การผลิตรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดก็ใช้เรื่อง data จากภาษา R ไปประยุกต์ใช้ นอกจากนี้หลายบริษัทชั้นนำรวมถึง twitter ยังต้องการมีเขียนโปรแกรมจาก R เป็นส่วนมาก

7.ไม่จำเป็นต้องมีคอมไพเลอร์

ภาษานี้ไม่จำเป็นต้องมีการคอมไพล์ ดังนั้นเราไม่ต้องใช้ตัวคอมไพล์โค้ดที่จะ execute โปรแกรม ภาษาด้านนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยตรงให้เป็นภาษาที่เครื่องเข้าใจ 

8.มีการคำนวณที่รวดเร็ว

ซึ่งหากว่าเรามีการดำเนินการทางเวคเตอร์ที่ซับซ้อน,อาร์เรย์และ ดาต้าเฟรม และดาต้า ออบเจ็กต์อื่นๆที่มีขนาดต่างกัน การใช้ภาษานี้ในการคำนวณจะมีความรวดเร็วมาก 

9.สามารถจัดการข้อมูลได้หลายประเภท 

ทั้งข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ big data และ statement แบบ sql ก็สามารถทำได้สบาย

คอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่เราต้องเรียนรู้

การเขียนโปรแกรมด้วย For Loop ในภาษา PHP

เครื่องมือชิ้นนี้มีข้อดีที่ช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มาก หากเราต้องคิดคำนวณ หรือใช้โค้ดใดๆก็ตามที่ซ้ำๆกัน เช่น โจทย์บอกว่าให้คำนวณสูตรคูณแม่ 5 ถ้าเราเขียนตรงๆ ก็คงต้องเขียนยาวหลายบรรทัด เช่น 5×1=5; 5×2=10; 5×3=15;…ไปเรื่อยๆ

หากเราประหยัดเวลาขึ้นมาเราสามรถทำ Function คิดคำนวณได้ดังนี้  

function Multiply($a){

echo “5x”.$a. “ = ”.($a*5);

}

และเราก็เรียกใช้ function ดังนี้ Multiply(1); Multiply(2); Multiply(3);… Multiply(12);

ผลลัพธ์ที่ได้ที่หน้าเว็ปจะโชว์ว่า 5×1 (1 มาจากตามค่าในวงเล็บ)=5(มาจากการนำค่าในวงเล็บ คูณ 5 ตามสูตรใน ฟังก์ชั่น); 5×2=10; 5×3=15; 5×12=60; จะเห็นได้ว่าสะดวกขึ้นมามากเลยใช่ไหมครับ แต่ว่า หากมีการคิดคำนวณไปจนถึง Multiply (100) ล่ะ เราก็ต้องเขียนกันถึง 100 บรรทัด ซึ่งเริ่มจะเยิ่นเย้อ ไม่สะดวกเหมือนตอนแรกเสียแล้ว

ทีนี้ภาษา PHP ก็มีวิธีการที่สะดวกขึ้นมาอีกมาให้เรา (อีกแล้ว) ซึ่งเรียกกันว่า For Loop วิธีการคอนเซ็ปต์การทำงานคือ

For (กำหนดค่าเริ่มต้น; เงื่อนไขที่จะทำงาน; หลังจากทำรอบเสร็จ) { // ทำงาน }

ยังงงๆ ใช่ไหมครับ ลองมาดูตามตัวอย่างที่เราได้ลองทำไปแล้วเมื่อสักครู่นะครับ

เราตั้งต้น Function เหมือนเดิม

function Multiply($a){

echo “5x”.$a. “ = ”.($a*5);

}

ทีนี้เราเพิ่ม For Loop เข้าไป

For ($i=0;$i<=12;$i++){ // ค่าเริ่มต้นคือ i = 0 โดย i เป็นเหมือนตัวสมการที่ไว้แทนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ; เงื่อนไขที่จะทำงาน – คือ i จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับ 12 หรือแปลภาษาง่ายๆว่า ไม่เกิน 12 ; หลังจากทำรอบเสร็จ – ตัว i เพิ่มค่าอีก 1 เสมอ (**สัญลักษณ์ ++ คือ หมายถึงค่านั้นๆ ที่เพิ่มค่าขึ้น 1 จากค่าเดิม**)

และเราก็เรียกใช้ function Multiply ดังนี้

Multiply($i);

}

เขียนใหม่ให้ไม่งง คือ

<?php

function Multiply($a){

echo “5x”.$a. “ = ”.($a*5);

}

For ($i=0;$i<=12;$i++){

Multiply($i);

}

?>

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย โค้ดสั้นกว่าเดิมแต่ผลลัพธ์เท่าเดิมสะอาด สบายตา รวดเร็วกว่าเดิมเยอะ ถ้าเราต้องคำนวณเป็น 100 หรือเป็น 1000 ก็ไม่ยากอีกต่อไป เพียงแค่แก้ค่าตรงเงื่อนไข ในส่วนของตัวแปร i เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวจาก  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ